สมัครตัวละครนักเรียน รรลบ. ขั้นที่2 - สอบสัมภาษณ์
posted on 26 May 2012 01:29 by teddyboyzสอบสัมภาษณ์
รายชื่อ
รุ่นพี่หญิง : แพรอรุณ ดารามณี (เท็น)
บุคลากรพิเศษ : ปพนสรรค์ นารยวงศ์ (ตากล้องพุด)
รุ่นพี่ชาย : สิงหา ก้องเกียรติภูมิ (ออกัส)
อาจารย์ : เอกธิดา แจ่มกรุณา (ครูเอก)
วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2555
เวลา 8.40 น.
วันนี้แล้วสินะ ที่ผมจะได้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ ผมรู้สึกตื่นเต้นสุดๆไปเลยล่ะ หลายๆคนอาจจะสงสัย แค่สอบสัมภาษณ์จะตื่นเต้นอะไรนักหนา ก็เหมือนๆกันทุกโรงเรียน บอกตรงนี้เลยนะครับมันไม่ใช่เลยล่ะ การสอบสัมภาษณ์ที่นี่ ผู้เข้าสอบไม่ได้เป็นผู้ถูกสัมภาษณ์ แต่ต้องเป็นผู้สัมภาษณ์แทน งงกันรึเปล่าครับ? งั้นเอาง่ายๆสั้นๆได้ใจความ “ให้ผมไปสัมภาษณ์คนในโรงเรียน” นั่นล่ะครับ
ถึงแม้ว่าผมจะตื่นเต้นมากแค่ไหนก็เถอะ แต่ก็ยังไม่วายง่วงอยู่ดีนั่นแหละเวลาตื่นเช้าๆ ดีนะที่คุณแม่มาส่ง ไม่งั้นสงสัยคงมาโรงเรียนสายแน่ๆเลย ให้ตายสิ
“ยู ลูก เตรียมตัวพร้อมรึยัง ข้าวของเอาไปครบแล้วนะ? สมุดจด ปากกา กระเป๋าสตางค์” คุณแม่พูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง คงกลัวว่าผมจะลืมโน่น ลืมนี่
“เรียบร้อยแล้วครับแม่ ผมใส่ของลงกระเป๋าหมดแล้วครับ” ผมพูดพลางตบกระเป๋าสะพายสีเขียวคาดดำ
“งั้นตั้งใจนะลูก เย็นๆแม่จะมารับนะ แต่ถ้าเสร็จก่อนก็โทรมาบอกแม่ก็ได้ เดี๋ยวแม่จะรีบมารับ” คุณแม่พูดพลางยิ้มด้วยความห่วงใย
“โอเคครับพ้ม!” พูดพร้อมแกล้งยกมือทำท่าตะเบ๊ะแบบทหาร เรียกเสียงหัวเราะของคนข้างๆได้ดีทีเดียว
ไม่นานนัก รถยนต์มาสด้า 3 สีขาวก็เข้ามาจอดที่รั้วประตูโรงเรียน ผมเลยจัดแจงส่องกระจก จัดผม จัดเสื้อให้เข้าที่ก่อนจะหยิบกระเป๋าคู่ใจสะพายหลัง แต่ไม่วายที่จะยกมือไหว้คุณแม่ก่อนลงจากรถ
“ผมไปแล้วนะครับ รักแม่ครับ” พูดจบก็ยิ้มบางส่งไปให้ก่อนที่จะเดินเข้ารั้วโรงเรียนไป
_________________________________________________________________________
เวลา 9.10 น.
ผมสาวเท้าเข้ามาในโรงเรียน บรรยากาศในโรงเรียนนี้แตกต่างจากโรงเรียนในกรุงเทพที่ผมเคยเรียนมาโดยสิ้นเชิงเลยล่ะ มันไม่ดูหรูหรา ฟู่ฟ่า ดูสงบเป็นธรรมชาติดี ผมเลยสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ชื่นใจสุดๆไปเลยล่ะครับ
แต่ก่อนที่ผมจะเดินเข้าตึกตรงหน้าที่ผมยังไม่รู้เลยว่ามันคือตึกอะไร สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างเล็ก กำลังงีบหลับใต้ต้นไม้ แวบแรกที่ผมเห็น ผมคิดถึงลูกแมวตัวน้อยๆแฮะ ผมจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ
ผมชะโงกหน้าดูร่างเล็กที่กำลังหลับอยู่ตรงหน้า อืม…นี่ผมเสียมารยาทเกินไปไหมเนี่ย แอบดูผู้หญิงตอนหลับ เอาเป็นว่าลองเรียกดูแล้วกัน เผื่อจะเป็นรุ่นพี่จะได้สัมภาษณ์ซะเลย
“อะ…เอ่อ คุณครับ คุณครับ”
หญิงสาวตรงหน้าขยี้ตาเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นนั่ง แล้วเอ่ยปากถาม
“เรียกพี่หรอ?”
“อะ…เอ่อ พี่นั่นแหละครับ” ผมยิ้มบางตอบกลับไป
‘จะเรียกใครกันล่ะ ก็นั่งอยู่คนเดียวนี่’ ได้แต่คิดในใจล่ะครับ ใครจะกล้าพูดออกไปล่ะ ขืนพูดออกไปมีหวังโดนต่อยก่อนที่จะสัมภาษณ์สิ
“ว่าไง? มีอะไรรึเปล่า” หญิงสาวทำหน้างง ก่อนถามกลับมา
“ผมอยากจะขอสัมภาษณ์น่ะครับ ไม่ทราบว่าพี่พอจะมีเวลาว่างไหมครับ?” ผมจึงบอกจุดประสงค์ที่ทักเธอออกไป
“อ๋อได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ว่างๆอยู่แล้ว ตอนเช้ายิ่งไม่มีอะไรทำด้วย” เธอยิ้มกว้างให้
“ผมแนะนำตัวก่อนนะครับ ผม ฐาปกรณ์ ศิริชัยกุล ชื่อเล่นชื่อ ยูโด ครับ” ผมจึงเอ่ยแนะนำตัวไปตามมารยาท
“พี่ชื่อ แพรอรุณ ดารามณี ชื่อเล่นว่า เท็น นะ ว่าแต่เธอชื่อ เท่ดีจัง ‘ยูโด’ เนี่ย” พี่เท็นพูดพลางกลั้วหัวเราะ
“ขอบคุณครับ เอ่อ...ชื่อพี่เท็น เหมือนภาษาญี่ปุ่นจังเลยนะครับ เอ…แปลว่าอะไรนะ” ผมเงียบไปสักครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา “อ๋อ…แปลว่าสวรรค์ใช่มั้ยครับ ผมเคยดูการ์ตูนอยู่”
“อ๊ะ เธอรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยหรอ ดีใจจังพี่ก็ชอบภาษาญี่ปุ่นเหมือนกัน พี่เคยเรียนพื้นฐานมาน่ะ”
“หรอครับ ว่างๆสงสัยผมต้องให้พี่เท็นสอนให้ผมมั่งแล้วล่ะ”
“เอาสิ ได้เลย” เธอหัวเราะตอบอย่างร่าเริง
“งั้นพี่เท็นก็เรียนศิลป์ญี่ปุ่นน่ะสิครับ?” ผมถามออกไปด้วยความอยากรู้
“ฮื่อ” เธอส่ายหน้าไปมาเป็นคำตอบ “เปล่าหรอก พี่เรียนวิทย์-คณิตน่ะ”
“วิทย์-คณิตเหมือนผมเลยนะนั่น สงสัยนี่คงจะเป็นโชคชะตาพรหมลิขิตส่งให้เรามาพบกัน” ผมพูดติดตลกกลับไป พี่เขาก็หัวเราะน้อยๆตอบ ก่อนที่จะเอ่ยประโยคเด็ดขึ้นมา
“แล้วน้องไม่จดข้อมูลสัมภาษณ์หรอ” นั่นละครับปัญหา ผมลืม!!! โอ้ยตายแล้ว
“เวรละไง” ผมสบถเบาๆกับตัวเองก่อนที่จะรีบค้นกระเป๋าหยิบเอาสมุดโน้ตขึ้นมาจดข้อมูลลงไป
“จำได้มั้ย ทวนอีกรอบให้เอามั้ยพ่อคนขี้ลืม” โอย ทำเปิ่นต่อหน้ารุ่นพี่ แถมยังเป็นรุ่นพี่ผู้หญิงอีก แย่ชะมัดเลย เค้าจะมองเราแบบไหนเนี่ย
“แหะๆ จำได้ครับ ขอเวลาแปปนึงนะครับ จดก่อน” ผมหัวเราะแห้งๆกลับไป แล้วรีบจดข้อมูลลงสมุดโน้ตเล่มเล็กที่เตรียมมาเพื่อเขียนข้อมูลของผู้ถูกสัมภาษณ์
“แล้วทำไมถึงมาเรียนที่นี่ล่ะ โรงเรียนในกรุงเทพเยอะแยะ” เธอถามผมขณะที่ผมกำลังง่วนกับการจดทำให้ผมตอบไปตามจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว
“ไม่รู้สิครับ ท้าทายดีมั้ง แถมอากาศบริสุทธิ์ดีด้วย ผมชอบที่สงบๆ” ปากตอบแต่มือยังคงจดข้อมูลอยู่ เสร็จซะที รีบจดแบบนี้ปวดมือชะมัดยาด ผมจึงเงยหน้ามองคนตรงหน้า ที่กำลังจ้องผมอยู่
“อะ…เอ่อ หน้าผมมีอะไรแปลกหรอครับ” ผมถามออกไปเพราะพี่เขาจ้องผมนานเกินไปแล้วนะ ผมถึงผมจะเป็นผู้ชาย ผมก็เขินเป็นนะ
“ไม่มีอะไรไม่มี อยากรู้อะไรอีกมั้ยล่ะ?”
“พี่ชอบสัตว์มั้ยครับ” ผมถามออกไปด้วยความอยากรู้
ผมเดินอารมณ์ดีมาที่หน้าตึกที่พี่เท็นเขาชี้บอกว่าอาจารย์มักจะพักอยู่ที่นั่น ก่อนหน้านี้ที่ผมจะเดินจากมาเราคุยกันซะยืดยาวเลยทีเดียว ก็พี่เท็นชอบสัตว์เหมือนกับผมน่ะสิครับ ผมน่ะเวลาเรื่องสัตว์ทีไรมักจะเผลอลืมตัวคุยโน่นคุยนี่ทุกทีล่ะน่า ให้ตายสิ
สรุปผลสัมภาษณ์ (นักเรียนหญิง)
ชื่อ : นางสาวแพรอรุณ ดารามณี
ชื่อเล่น : พี่เท็น
เรียนสาย : วิทย์-คณิต
คุยเก่ง ใจดีร่าเริงมากถึงมากที่สุด รักสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นคนดีจริงๆเลยล่ะนะ ผมบวกให้ 20 คะแนนเลยเอ้า!!! แถมยังชอบภาษาญี่ปุ่นเหมือนผมอีกแน่ะ
_________________________________________________________________________
เวลา 9.33 น.
ผมเงยหน้ามองตึกที่สูงขึ้นไป ‘เก่าใช่เล่นแฮะ’ จะเริ่มจากชั้นไหนล่ะเนี่ยลืมถามพี่เท็นมาด้วยสิ ถ้าให้เดินสุ่มมั่วๆ คงกินเวลาจนเลยพักทานข้าวแน่ๆ แถวนี้มีใครมั้ยล่ะเนี่ย
ผมหันซ้ายหันขวามองหาคนที่พอจะช่วยเหลือผมได้ จนไปสะดุดตากับผู้ชายร่างสูง ดูสะอาดสะอ้านตาที่กำลังยุ่งอยู่กับการถ่ายรูปผีเสื้อ ผมจึงตัดสินใจเดินเข้าไปถามเผื่อจะได้เรื่องอะไรบ้าง
“พี่ครับ ผมถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับ” ผมเอ่ยปากถามออกไป คนตรงหน้าหันกลับมามองผม ในมือก็ถือกล้องอยู่ ไอ้การที่ถือกล้องถ่ายรูปผีเสื้อผมว่าคงไม่แปลกหรอกครับ แต่สีผมนั่นมันอะไร กล้าไปมั้ยพี่! ผมไฮไลต์ข้างหน้าสีแดง ใส่เยลเสยเพื่อให้มันตั้งขึ้นไป สุดโต่งมากอ่ะ ผม อะ…ผม ผมว่ามันโคตรเจ๋งเลย!!!
“ว่าไงครับ?” พี่เขาเลิกคิ้วถามผม ผมมองพี่เขาแบบตะลึงนิดๆ คนอะไรดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า คิดแล้วอยากจะเนี้ยบแบบนี้บ้าง
“คือพี่พอทราบมั้ยน่ะครับว่าห้องพักครูไปทางไหน”
“อ๋อ ห้องพักครูหรอครับ ชั้นล่างเนี่ยเลยครับ ว่าแต่น้องมา สอบสัมภาษณ์หรอครับ” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ใช่แล้วล่ะครับพี่ อ้อ ผมชื่อ ฐาปกรณ์ ศิริชัยกุล ชื่อเล่น ยูโดครับผม” ผมตอบคำถามกลับอย่างอารมณ์ดี
“สัมภาษณ์ไปได้กี่คนแล้วล่ะครับ”
“เพิ่งคนเดียวเองครับ คงต้องหากันอีกยาว” พูดพลางชูนิ้วชี้ขึ้นมาให้อีกฝ่ายรับรู้ เอ…ถ้าพี่เค้าถามแบบนี้ แสดงว่าพี่เค้าก็ต้องเป็นคุณครูล่ะสิ โชคเข้าข้างแล้วสิ
“พี่เป็นคุณครูใช่มั้ยครับ” ผมถามออกไปด้วยความมั่นใจ
“เปล่าไม่ใช่หรอกครับ” ร่างสูงปฏิเสธพลางส่งยิ้มให้ ผมก็หงอยเลยสิครับ ต้องเดินหาคนอีกแล้วล่ะสิ “แต่พี่เป็นบุคลากรพิเศษน่ะครับ” โอ๊ะ…ไม่ใช่ครู แต่เป็นบุคลากรพิเศษ โอเคล่ะวะ
“งั้น ถ้าผมจะขอรบกวนเวลาซักเล็กน้อย…ขอสัมภาษณ์พี่จะได้มั้ยครับ” ผมถามออกไปด้วยความเกรงใจ ใครจะไม่เกรงใจล่ะ ก็พี่เค้ากำลังถ่ายรูปอยู่นี่นา
“อ๋อได้สิครับน้องยูโด” คนตรงหน้ายิ้มตอบ
ผมเลยค้นกระเป๋าหยิบเอาสมุดโน้ตขึ้นมาเตรียมจด ลืมไปครั้งนึงแล้วใครจะลืมอีกเป็นครั้งที่สองกันล่ะ
“เอาล่ะ! งั้นเริ่มกันเลยนะครับ” ผมแกล้งทำท่าเหมือนพิธีกรสัมภาษณ์ดารารับเชิญ “ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ” พี่เขาเลยหัวเราะกับท่าทางของผมที่แกล้งทำ จึงเล่นด้วยเออออตามน้ำ
“ครับ ผมชื่อ นายปพนสรรค์ นารยวงศ์ ชื่อเล่นชื่อ พุดครับ แต่คนส่วนมากจะเรียกตากล้องพุดกันน่ะครับ” ผมถึงขั้นเหวอเลยทีเดียว ทะ…ทำไม ชื่อเขียนยากอย่างงี้
“อะ…เอ่อ พี่ครับ” ผมทำหน้าเหวอก่อนจะเกาเท้าทอยแก้เขิน “ชื่อเขียนยังไงหรอครับ” พี่เขาหลุดขำออกมาเบาๆกับท่าทีของผม อะไรกันว้า วันนี้เปิ่นมาสองรอบแล้วนะ
“พี่เขียนให้มั้ยครับ น้องยูโด” ผมยิ้มโชว์ฟัน 32 ซี่ รีบยื่นสมุดโน้ตกับปากกาไปให้พี่พุดทันที
“โอเคเลยครับ พี่พุด” พี่เขาก็รับไปแล้วก็เขียนลงในกระดาษอย่างคล่องแคล่ว ตอนที่พี่เค้าก้มลงเขียนผมแอบมองสีผมเค้าด้วยล่ะ ถ้าถามไปจะเป็นการเสียมารยาทมั้ยนะ… แต่ปากเจ้ากรรมดันพูดออกไปอย่างลืมตัว
“สีผมสวยจังเลยนะครับ…ทำร้านไหนหว่า” เฮ้ย! พูดออกไปแล้ว ทำไงดีพี่เค้าจะด่าเรามั้ยเนี่ย แย่แล้วๆ
“ครับ? ผมพี่หรอ” พี่พุดยิ้มน้อยๆก่อนพูดต่อ “ก็ร้านทั่วไปน่ะครับ สนใจหรอเราน่ะ” ผมพยักหน้าให้เป็นคำตอบ ดีนะที่พี่เค้าไม่ว่าอะไร ฟู่...
“ครับ ผมชอบมากเลยการย้อมสีผมเนี่ย ปิดเทอมที่แล้วผมไปย้อมสีน้ำเงินควันบุหรี่มา แจ๋วสุดๆไปเลยครับ” พอเห็นอีกฝ่ายจ้องตาไม่กระพริบ จึงรีบพูดแก้ตัว
“ไม่ใช่ว่าผมเป็นเด็กเกเรอะไรแบบนั้นนะครับ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมแค่ชอบย้อมสีผมเท่านั้นเองแหละครับ ถึงเห็นแบบนี้ผมก็รักเรียน ตั้งใจเรียนนะครับ”
พี่เค้าขำกับท่าทีของผม ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดที่ทำให้ผมต้องไปต่อไม่ถูก
“พี่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ น้องยูโด” เวร นี่โชว์เปิ่นไปอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย ผมเลยต้องเกาแก้มส่งยิ้มแห้งๆตอบกลับไปแทนคำพูดแทน พี่พุดยื่นสมุดโน้ตกับปากกาคืนมาให้ ผมจึงยิงคำถามต่อไป
“งั้นเข้าคำถามต่อไปกันเลยนะครับคุณพุด” ผมปรับสีหน้าและอารมณ์กลับเข้าสู่โหมดพิธีกรอีกครั้ง
“คุณพุดสนใจอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ?”
“ถ้าที่สนใจจริงๆก็คงจะเป็นถ่ายรูป เพราะ ผมทำงานฝ่ายโสตที่โรงเรียนนี้ แล้วก็พวกสุขภาพน่ะครับ ผมชอบดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ พวกเครื่องสำอาง น้ำหอมก็สนใจนะครับ” ถึงว่าล่ะพี่เขาถึงดูดีหัวจรดเท้าขนาดนี้
“คงจะรบกวนเวลาคุณพุดมามากแล้ว งั้นขอถามคำถามสุดท้ายเลยนะครับ” ผมก้มลงไปจดสิ่งที่พี่เค้าพูดก่อนที่จะเงยขึ้นมาถาม
“ทัศนคติที่มีต่อตัวผมเป็นอย่างไรบ้างครับ ผมจะได้เอาไปปรับปรุงตัวในการสัมภาษณ์ครั้งต่อไป” เท่าที่ดูจากสีหน้าพี่พุด คงแปลกใจเล็กน้อย ที่ถามคำถามนี้ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนล่ะที่จะถามว่าคิดกับตัวเองยังไงในการพบกันครั้งแรก
“อืม…ตอบยากนะครับเนี่ย” พี่เค้าทำท่าทางคิดหนัก ก่อนที่จะพูดขึ้นมา “เป็นตัวของตัวเองดีครับ ไม่ค่อยเกร็งเวลาคุยกับคนแปลกหน้า แถมอารมณ์ดี คุยเก่ง ที่จริงก็ไม่ต้องปรับอะไรมากหรอกนะครับ เพราะท่าทางธรรมชาตินั่นน่ะ มีเสน่ห์ดีแล้วล่ะครับ” พูดจบพี่เค้าก็ยิ้มบางมาให้อย่างเอ็นดู
คำว่าท่าทีธรรมชาติที่พี่เค้าว่า คงหมายถึง ท่าทางที่ผมงกๆเงิ่นล่ะมั้ง เฮ้อ…ข้อดีจริงๆหรอเนี่ย
“ขอบคุณมากๆเลยครับ เป็นเกียรติมากๆ ที่ได้สัมภาษณ์คุณพุด” ผมทำท่าโค้งขอบคุณ พี่เค้าก็หัวเราะน้อยๆ ก่อนเดินจากมาผมไม่ลืมมารยาทหรอกครับ ไหว้ขอบคุณพี่พุดเค้าอีกรอบ
สรุปผลสัมภาษณ์ (บุคลากรพิเศษ)
ชื่อ : นายปพนสรรค์ นารยวงศ์
ชื่อเล่น : พี่พุด/ตากล้องพุด
การทำงาน : ตากล้ออยู่งฝ่ายโสต
เนี้ยบ ตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่งตัวเท่ ชอบถ่ายรูป สีผมสุดแสนจะเกินคำบรรยาย! ใจดี คุยเก่งพอสมควรล่ะมั้ง ถนอมน้ำใจ (ตอนตอบว่าคิดยังไงกับผม) เอาเป็นว่า ให้+10เลย
_________________________________________________________________________
เวลา 9.56 น.
ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือสีดำที่คาดมา เพิ่งผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงนี่นา กลับสัมภาษณ์ได้ตั้งสองคนละ เป้าหมายอีกแค่สองคนเท่านั้น คงไม่ยากหรอกน่า เชื่อสิ!
ผมรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำตั้งแต่สัมภาษณ์พี่พุดแล้ว แต่ตอนนั้นมันยังปวดไม่มากเท่าไร แต่ตอนนี้นี่สิ ไม่ให้เข้าคงไม่ไหวแล้วล่ะ หวังว่าในตึกชั้นล่างคงมีห้องน้ำล่ะนะ… ผมเลยตัดสินใจเดินหาห้องน้ำในบริเวณนั้น เดินเข้ามาไม่เท่าไรก็เจอป้ายชี้บอกทาง อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว ทนไว้ลูกพ่อ…
แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะมีป้ายมาตั้งไว้หน้าห้องน้ำ เขียนว่า
“งดให้บริการชั่วคราวกำลังทำความสะอาด”
ไม่นะ จะราดแล้ว สงสัยต้องวิ่งขึ้นไปชั้นบนแล้วล่ะ ขาก้าวไวกว่าความคิด รีบวิ่งแบบไม่คิดชีวิตจนมาถึงหน้าห้องน้ำชั้นสอง เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย
“งดให้บริการชั่วคราวกำลังทำความสะอาด”
อีกแล้วเรอะจะบ้าตาย… ผมรีบเดินขึ้นไปดูห้องน้ำชั้นสาม หวังว่ามันคงไม่ปิดหรอกนะ… ผมสาวเท้าไวๆจนมาถึงหน้าห้องน้ำ ตอนนี้น่ะวิ่งไม่ได้แล้ว ถ้าวิ่งมันคงราดแน่นอน
เยส! ห้องน้ำไม่ปิด ได้เข้าซะทีเฮ้อ ผมจึงผลักประตูเข้าไปทำธุระของตัวเองที่โถปัสสาวะข้างใน
กึก กึก กึก!
ฮะ…เฮ้ย เสียงอะไรวะ ไม่มีอะไรหรอกน่า… คงเสียงหนูบนฝ้าล่ะมั้ง
กึก กึก กึก!
เฮ้ย!!! อีกแล้ว จะรีบวิ่งก็ไม่ได้ธุระก็ยังทำไม่เสร็จ อย่าให้เจออะไรเลย แม่คร๊าบ ช่วยยูด้วย
“ฮือๆ” นะ…นั่น เสียงคนร้องไห้ใช่มั้ยนั่น หูฝาดแล้วล่ะมั้ง ผมพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งที่ผมได้ยินไม่ใช่สิ่งนั้น
ผมรีบจัดการรูดซิปกางเกงแล้วไปล้างมือที่อ่างล้างหน้าทันที วิ่งขึ้นมาชั้นสามเล่นเอาเหงื่อออกเต็มไปหมด จึงควักน้ำล้างหน้าให้ชื่นใจ ฮ้า…
แต่พอผมเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นละ ผมเห็นในกระจกมีผู้ชายตัวสูงใส่ชุดนักเรียนยืนก้มหน้าอยู่หลังผม อย่าบอกนะ… ไม่หรอก มันไม่ใช่หรอกน่า มันไม่ใช่ ใครก็ได้บอกผมทีว่าไม่ใช่
ผมรีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องน้ำ แต่มือนั้นก็คว้าไหล่ผมไว้
“ว้ากกกกกก! กลัวแล้วครับ ผมกลัวแล้ว อย่าทำอะไรผมเลย ผมจะทำบุญไปให้ อย่าหลอกผมเลยผมกลัวแล้ว” ผมหลับตาไหว้ปะหลกๆ ไม่ไหวแล้วนะจุดๆนี้ อย่ามาหลอกกันเลย ฮือๆ…
“เฮ้ย! นาย” เสียงข้างหลังเอ่ยเรียกผม ใครจะไปคุยกับผีล่ะบ้าเปล่าเนี่ย
“ไม่เอา ฮือๆ อย่าทำอะไรผมเลย” ผมโวยวาย
“เฮ้! ฉันเป็นคน” ห๊ะ?! เป็นคนหรอ ผมจึงเงียบเสียงลงแล้วค่อยๆหันไปมองร่างสูงข้างหลังอย่างช้าๆ
“แฮ่!” ว้ากกกก ไอ้ผีบ้ามันแลบลิ้นหลอก ด้วยปฏิกิริยาป้องกันตัวผมเลยออกหมัดขวาตรงใส่ไปเต็มๆแก้มของคนตรงหน้า
“อะ…โอ้ย ฉันเจ็บนะ ทำอะไรเนี่ย” พอรู้สึกว่าสัมผัสที่โดนกับหมัดมันเป็นเนื้อคนจริงๆ…
ชิบหายละงานนี้ ต่อยรุ่นพี่ ตายแหงมๆ
“คะ…คือ ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นปฏิกิริยาตอบโต้น่ะครับ” ผมพูดเสียงอ่อยด้วยความสำนึกผิด
“หูย…เจ็บใช่เล่นเลยนะเนี่ย หมัดหนักเป็นบ้า” ร่างสูงตรงหน้ายังคงจับแก้มตัวเองและร้องครางด้วยความเจ็บปวด
“ผมนึกว่าผีน่ะครับ…พี่เล่นมายืนข้างหลังผมไม่ให้ซุ่มให้เสียง แถมยังแลบลิ้นหลอกผมอีก” ผมอธิบายได้อย่างไม่เต็มเสียงนัก ยิ่งพูดไปก็เหมือนแก้ตัวนี่นา แต่ไอ้คนตรงหน้ามันก็ผิดด้วยกันนั่นละนะ มาหลอกผมทำไมล่ะ คนยิ่งกลัวๆอยู่
“เออ ไม่เป็นไรหรอก ฉันผิดเองแหละ เห็นมาคนเดียวเลยลองแกล้งดูซักหน่อย” เจ็บปากยังไม่วายหัวเราะอีกแน่ะ
ผมทำหน้ามุ่ย ก่อนที่จะปรับอารมณ์เป็นปกติและเอ่ยปากถามออกไป
“พี่เรียนที่นี่หรอครับ?”
“อ่าฮะ ใช่แล้วล่ะ จะสัมภาษณ์งั้นหรอ?” พี่เค้าเลิกคิ้วเชิงถาม
“รบกวนหน่อยได้มั้ยครับ” ผมพยายามยิ้มสู้ไปให้ ถึงแม้จะเคืองอยู่บ้างเล็กน้อยก็เถอะ
“ได้สิ แต่นายต้องให้ฉันแกล้งอีกนะโอเคเปล่า” ร่างสูงหัวเราะเจ้าเล่ห์
“โอเคครับ ขอบคุณมากครับพี่ ผมไปละ” ผมทำท่าจะเดินออก แต่คนตรงหน้ากับรั้งตัวผมไว้
“โหยไรว้า หยอกนิดเดียวทำงอน โอเคๆ สัมภาษณ์ฉันก็ได้ ว่าแต่นายเลือกที่สัมภาษณ์ได้ดีมากเลยนะ ห้องน้ำเนี่ย” พี่เค้าหัวเราะกวนๆกลับมา
“งั้นเราไปสัมภาษณ์ข้างนอกก็ได้ครับ” ผมพูดพลางยิ้มบางส่งให้
ผมเดินมาหน้าห้องน้ำ มองซ้าย มองขวาจึงเห็นม้านั่งเล็กๆที่วางติดริมหน้าต่าง ผมสาวเดินนำไปนั่งก่อนที่คนข้างหลังจะเดินตามมานั่งลงข้างๆ
“ก่อนอื่นผมแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผม ฐาปกรณ์ ศิริชัยกุล ชื่อเล่นชื่อ ยูโดครับ” พูดจบก็ยิ้มโชว์ฟันขาว
“อ่าฮะ ชื่อเจ๋งดี ชอบๆ พี่ชื่อ ออกัส สิงหา ก้องเกียรติภูมิครับ” พูดจบพี่เค้าก็ยักคิ้วกวนๆตามแบบฉบับของเค้า ถึงแม้ว่าพี่เค้าจะกวน แล้วขี้แกล้งไปหน่อย แต่พี่เค้าก็ไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอกล่ะมั้ง…
ผมก้มเขียนชื่อพี่เค้าลงในสมุดโน้ต ดีนะที่ชื่อเขียนไม่ยากเท่าไร เลยไม่ต้องถามซ้ำอีกรอบ
“พี่เรียนสายอะไรครับ”
“พี่สายเสมอครับ”
ผมนั่งจ้องพี่เค้าด้วยความงงก่อนที่จะหลุดขำพร้อมเสียงหัวเราะออกมา
“ฮะๆ ฮ่าๆ โอ้ยพี่ ตลกชะมัดยาด”
“ตลกตรงไหนกัน น้องยูโดนี่เส้นตื่นดีเนอะ” คนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเล่น
ผมพยายามปรับอารมณ์และสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนที่จะถามคำถามเดิมซ้ำอีกครั้ง
“พี่ออกัสครับ! พี่เรียนสายอะไรครับ” ผมแกล้งทำเสียงจริงจังใส่
“หูย ดุจังเลยนะครับ พันธุ์อะไรเนี่ย?”
“ร็อตไวเลอร์ครับ เฮ้ย!!! ไม่ใช่ พี่นี่ก็ชอบพาผมนอกเรื่องทุกทีอ่ะ”
พี่เค้าปล่อยก๊ากเลยครับ เค้าคงไม่คิดว่าผมจะต่อมุกเค้า
“โอเคๆ พี่ยอมละ พี่เรียนศิลป์-คำนวณครับ แล้วเราล่ะเรียนสายอะไร” พี่เค้าถามกลับมา
“วิทย์-คณิตครับ” ผมยิ้มตอบอย่างฉะฉาน
“เรียนเก่งอ่ะดิ”
“สุดๆอ่ะพี่”
“เกรดเท่าไรล่ะ?”
“อย่าให้คุยเลย เดี๋ยวพี่จะหนาว”
“แอร์ไม่ได้เปิดนะตรงนี้” พี่เค้าแบมือเช็คสภาพอากาศ ทำเอาผมหัวเราะออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
“พี่ออกัสนี่ตลกดีนะครับ แต่ตอนนี้ผมขอจริงจังซัก5นาทีเถอะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“โอเคๆ ไม่กวนแล้วก็ได้”
“สิ่งที่สนใจครับ” ผมถามพี่เค้าไป
“กระต่าย แมวขนนุ่มๆ จับแล้วจั๊กจี้มือดี ว่างๆพี่ก็วาดรูปน่ะ อ่านนิยายโน่นนี่นั่น แต่สิ่งที่ชอบที่สุดรู้มั้ยอะไร”
ผมก้มหน้าจดข้อมูลที่พี่ออกัสพูดออกมาจนไม่ได้เงยหน้ามามองคนตรงหน้า ชายหนุ่มตรงหน้าแกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้โดยที่ผมไม่รู้สึกตัว ผมที่จดช๊อตโน้ตอยู่เงยหน้าขึ้นมาก็ตกใจ ใครมั่งล่ะจะไม่ตกใจ เล่นเอาหน้ายื่นมาใกล้ซะขนาดนั้น
“เฮ้ย! พี่ทำไรเนี่ย ผมตกใจหมด” ผมร้องโวยเมื่อเห็นหน้าพี่ออกัสในระยะประชิด
“ตลกดีว่ะ ฮ่าๆ สิ่งที่พี่ชอบที่สุดก็คือ คนที่โดนแกล้งแล้วมีปฏิกิริยาตอบรับนี่ละ”
ชิบหาย ผมคงไม่แสดงอะไรออกไป ทำให้พี่เค้ารู้สึกอยากแกล้งหรอกนะ…
“โอเคครับ คำถามสุดท้ายนะ… ผมจะไถ่โทษพี่ยังไงที่ต่อยหน้าพี่ไปแบบนั้น” ผมถามออกไปด้วยความรู้สึกผิด
“โหย คิดมาก แค่นี้เบๆ งั้นถ้าอยากไถ่โทษก็เลี้ยงข้าวพี่มือนึงแล้วกัน โอเคปะ?”
“เอางั้นก็ได้ครับ” ผมตบปากรับคำกับพี่เค้า ก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินแยกย้ายกันไป
สรุปผลสัมภาษณ์ (นักเรียนชาย)
ชื่อ : สิงหา ก้องเกียรติภูมิ
ชื่อเล่น : พี่ออกัส
เรียนสาย : ศิลป์-คำนวน
กวนโอ้ย กวนประสาท ชอบแกล้ง ขี้เล่น เป็นกันเอง ไม่คิดเล็กคิดน้อย อัธยาศัยดี ชอบสัตว์ขนนุ่มๆ +10 ให้เลย (คนรักสัตว์มักจะเป็นคนดีทุกคน) สูง ใจดี ดูท่าทางน่าจะชอบเล่นกีฬา เพราะ ทะมัดทะแมงดี
_________________________________________________________________________
เวลา 10.25 น.
ตายละหว่า เสียเวลากับพี่ออกัสเกือบครึ่งชั่วโมงเลยหรอเนี่ย หูย ก็พี่เค้ากวนซะขนาดนั้น เล่นเอาออกทะเลไปตั้งหลายรอบ เอาล่ะ สัมภาษณ์คุณครูต่อเลยแล้วกัน จะได้กลับไปกินข้าวเที่ยงกับคุณแม่
ผมจึงสาวเท้าเดินลงบันไดมาจนถึงห้องห้องที่มีป้ายติดอยู่เด่นหรา
‘ห้องพักครู’
เอาล่ะถึงซะที ผมสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป แต่ประตูดันเปิดออกซะก่อนที่ผมจะบิดมัน
“อ๊ะ สวัสดีจ๊ะ มาทำอะไรหรอจ๊ะ?” ผู้หญิงคนตรงหน้าเอ่ยปากถามขึ้นมาอย่างเป็นมิตร ถึงแม้จะดูรู้ว่ามีอายุก็เถอะ แต่เค้ายังสวยเอามากๆเลย ดูจากการแต่งตัวแล้วคงเป็นคนที่รักสวยรักงาม เนี้ยบ ดูมีรสนิยมแน่ๆ
ผมตั้งสติได้จึงเอ่ยปากตอบคำถามเธอออกไป
“อ่อครับ ผมอยากจะมาสัมภาษณ์คุณครูน่ะครับ” พูดจบผมก็ส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้า
“งั้นหรอจ๊ะ เอาสิครูเพิ่งเขียนผังการสอนเสร็จเมื่อซักครู่นี่เอง เข้ามานั่งก่อนสิ” หญิงสาวตรงหน้าเดินเข้าไปที่โต๊ะของตน แล้วดันเก้าอี้ส่งมาให้ผม
“ขอบคุณครับคุณครู” เธอยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร รอยยิ้มของเธอช่างงดงามเหลือเกินเล่นเอาผมเคลิ้มไปเลย
“อะแฮ่ม…มองอะไรกันจ๊ะ” คนตรงหน้ายิ้มอย่างรู้ทัน
“อะ…เปล่าครับ งั้นเริ่มเลยนะครับ ผมชื่อ ฐาปกรณ์ ศิริชัยกุล ชื่อเล่นชื่อ ยูโด ครับ”
“ครูชื่อ เอกธิดา แจ่มกรุณา เรียกสั้นๆว่า ครูเอกก็ได้จ๊ะ ทำหน้าที่เป็นครูสอนวิชาภาษาไทย” ครูเอกยิ้มกลับมาให้ ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
“ครูเอกชอบภาษาไทยหรอครับ?” ผมถามด้วยความใคร่รู้
“ใช่จ๊ะ ครูชอบภาษาไทยมาก เพราะ เป็นภาษาที่สละสลวย มีความงาม ชดช้อยในตัวของมันเอง เวลาสื่อสารออกมาสื่ออารมณ์ได้มากมายหลายหลาก ทั้งสระ วรรณยุกต์ ก็มีมากมาย นับว่าเป็นภาษาที่สูงค่าในงานศิลป์จริงๆจ๊ะ” ผมพยักหน้าหงึกหงัก พลางจดช๊อตโน้ตลงสมุด
“อืมแล้ว…สิ่งที่สนใจ ครูเอกสนใจอะไรหรอครับ อย่างเช่นทำเวลาว่างๆ”
“ว่างๆครูก็จะนั่งจิบชาน่ะจ๊ะ ส่วนสิ่งที่สนใจคงเป็นการพับกระดาษ กับ เล่นขิมน่ะ มันทำให้คนเรามีสติ มีสมาธิอยู่กับตัว” ครูเอกตอบด้วยท่าทีที่สำรวม แต่ยังคงมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเสมอ
“คำถามสุดท้ายนะครับ ทำยังไงให้ทั้งสาวทั้งสวยอยู่แบบนี้” ผมถามพร้อมใส่น้ำเสียงขี้เล่นลงไปด้วย คนถูกถามก็หัวเราะน้อยๆตามแบบฉบับของเธอ ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากตอบคำถามนั้น
“ยูโด หนูก็พูดเกินไป ครูไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้นหรอกจ๊ะ ก็แค่แบ่งเวลาให้ถูก พักผ่อนร่างกาย จิตใจ ดูแลสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย ใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม ตรงกับกาลเทศะเท่านั้นแหละจ๊ะ”
ผมยิ้มให้กับคนตรงหน้า ช่างเป็นครูที่มีกิริยามารยาทเหมาะสมกับการเป็นครูภาษาไทยจริงๆ
“ขอบคุณมากๆเลยครับสำหรับการสัมภาษณ์” ผมยิ้มให้คุณครูก่อนจะไหว้ลา
“หวังว่าเราคงได้เจอกันในโรงเรียนนี้อีกนะจ๊ะ” เธอเอ่ยประโยคนี้ก่อนที่จะส่งยิ้มบางมาให้
ผมเดินออกมาจากตึกเรียน เฮ้อ เสร็จสิ้นซะทีการสอบสัมภาษณ์วันนี้ นี่ก็สิบเอ็ดโมงครึ่งละ โทรบอกคุณแม่ให้มารับเลยแล้วกัน ผมจึงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงกดเบอร์ที่คุ้นเคยโทรออกไป
สรุปผลสัมภาษณ์ (คุณครู)
ชื่อ : เอกธิดา แจ่มกรุณา
ชื่อเล่น : คุณครูเอก
คุณครูสอนวิชา : ภาษาไทย
สวย ดูดี มีสไตล์ มารยาทงาม เป็นกุลสตรีตามแบบฉบับไทย แต่แฝงกลิ่นไอ โมเดิร์นลงไปด้วย เนี้ยบ พูดจาฉะฉาน ใจดี และ เป็นมิตร รักสุขภาพ และ ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ